LINE

ภาษาไทย

ข้อกำหนดการใช้งานบริการบิสเนส แมเนเจอร์ (Business Manager Terms of Use)


บรรดาข้อกำหนดการใช้งานบริการบิสเนส แมเนเจอร์ต่อไปนี้ (Business Manager Terms of Use) (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดการใช้งาน”) กำหนดขึ้นระหว่างไลน์ คอร์ปอเรชั่น (LINE Corporation) และ/หรือ บริษัทในกลุ่มของไลน์ คอร์ปอเรชั่น (LINE Corporation) (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า “บริษัท”) กับลูกค้า (ต่อไปนี้เรียกว่า “ลูกค้า”) เกี่ยวกับการใช้งานบริการบิสเนส แมเนเจอร์ (Business Manager) (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริการฯ”) โดยบุคคลใด (ไม่ว่าบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) ที่ตกลงยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้ในนามของลูกค้าขอรับรองและรับประกันว่าตนได้รับมอบอำนาจจากลูกค้าเพื่อเข้าตกลงยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้และตกลงยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้ตาม

การมอบอำนาจดังกล่าว เมื่อลูกค้าเริ่มใช้บริการฯ ให้ถือว่าลูกค้าได้ยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้ 


ข้อ 1 (ภาพรวมของบริการฯ)
บริการบิสเนส แมเนเจอร์เป็นบริการซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ข้อมูลและสิ่งอื่น ๆ ที่ได้รับจากบริการแต่ละบริการที่บริษัท 
เป็นผู้ให้บริการ (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริการเป้าหมาย”) ตลอดจนข้อมูลและสิ่งอื่น ๆ ที่สามารถนำไปใช้กับบริการฯ ได้ในบริการเป้าหมายต่าง ๆ ซึ่งโดยหลักการแล้ว บริการฯ นี้จะจัดตั้งองค์กรบิสเนส แมเนเจอร์ (ต่อไปนี้เรียกว่า “องค์กรบิสเนส แมเนเจอร์”) ให้แก่หน่วยงานของผู้เผยแพร่โฆษณา (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้เผยแพร่โฆษณา”) เพื่อให้ใช้งาน โดยรายละเอียดของบริการฯ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในเอกสารสื่อและแนวปฏิบัติที่บริษัทจัดเตรียมให้แยกเป็นอีกฉบับหนึ่ง ทั้งนี้ การใช้งานบริการบิสเนส แมเนเจอร์บางประการจะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากบริษัทก่อนตามรูปแบบที่บริษัทกำหนดไว้เท่านั้น

ข้อ 2 (ความสัมพันธ์ตามสัญญา)
1.คู่สัญญาฝ่ายที่ประสงค์ใช้บริการฯ จะต้องขอสมัครใช้บริการฯ ตามรูปแบบที่บริษัทกำหนดไว้โดยการยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ขอใช้บริการ”) และเมื่อบริษัทยอมรับการขอใช้บริการฯ แล้ว ให้ถือว่าบริษัทและผู้ขอใช้บริการได้เข้าทำข้อตกลงในการบริการ (ต่อไปนี้เรียกว่า “สัญญาบริการ”) ที่เกี่ยวข้องกับบริการฯ และผู้ขอใช้บริการจะมีฐานะเป็นลูกค้า
2.นอกเหนือจากข้อกำหนดการใช้งานนี้ ให้ข้อกำหนดต่างๆ ต่อไปนี้ของบริการเป้าหมาย (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดของแต่ละบริการ”) นำมาใช้กับการใช้บริการฯ นี้ โดยลูกค้าจะใช้บริการฯ นี้ภายหลังจากได้ตกลงยินยอมด้วยกับข้อกำหนดของแต่ละบริการแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างข้อกำหนดการใช้งานนี้กับข้อกำหนดของแต่ละบริการ ให้บังคับใช้ตามข้อกำหนดการใช้งานนี้

(1) ข้อกำหนดการใช้งานแพลตฟอร์มโฆษณาของไลน์

(2) ข้อกำหนดการใช้งานบัญชีทางการ และไกด์ไลน์

(3) ข้อกำหนดการใช้งานโฆษณาสมาร์ทแชนเนล

(4) LINE User Data Policy

3. บริษัทอาจปฏิเสธการขอเข้าทำสัญญาบริการได้ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) บริษัทพิจารณาว่าผู้ขอใช้บริการอาจทำให้ชื่อเสียงของบริษัทหรือบริการฯ เสียหาย
(2) ข้อมูลที่ให้ในใบสมัครอาจมีข้อมูลอันเป็นเท็จหรือคำรับรองที่ไม่เป็นจริง หรือ 
(3) ในกรณีอื่นที่บริษัทเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะเข้าทำสัญญาบริการนอกเหนือจากกรณีตามข้อ (1) ถึง (2) ข้างต้น

4.ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ตามวรรคก่อนขึ้นกับลูกค้า บริษัทอาจระงับการใช้บริการฯ ของลูกค้าหรือเลิกสัญญาบริการกับลูกค้าได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือแจ้งเตือนใด ๆ ให้ลูกค้าทราบ โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดใด ๆ

ข้อ 3 (การแก้ไขข้อกำหนดการใช้งานนี้)
บริษัทอาจแก้ไขข้อกำหนดการใช้งานนี้ได้ในเวลาใดก็ตาม โดยหลังจากการแก้ไขแล้ว บริษัทอาจประกาศข้อกำหนดการใช้งานฉบับแก้ไขเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของบริษัท หรือโดยการบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบเป็นรายบุคคล ซึ่งหากลูกค้าใช้บริการฯ ภายหลังจากการประกาศหรือการบอกกล่าวดังกล่าว ให้ถือว่าลูกค้าได้ตกลงยอมรับข้อกำหนดการใช้งานฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว

ข้อ 4 (ข้อห้ามในการใช้งาน)
1. หากลูกค้าเป็นผู้เผยแพร่โฆษณา ลูกค้าไม่สามารถเชื่อมต่อบัญชีโฆษณาของไลน์ (LINE Ads account) บัญชีทางการของไลน์ (LINE Official Account) หรือบัญชีในบริการเป้าหมายอื่น ๆ (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า “บัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณา”) ที่เป็นของบริษัทที่ใช้นิติบุคคลอื่น ๆ ในการทำสัญญา เข้ากับองค์กรบิสเนส แมเนเจอร์เดียวกันได้ และไม่สามารถใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ของบริการฯ ร่วมกันได้ (โดย ผู้เข้าชม ไลน์แท็ก (LINE Tag) และทรัพยากรอื่น ๆ ที่สามารถใช้ร่วมกันผ่านบริการฯ ต่อจากนี้เรียกรวมกันว่า “ทรัพยากรฯ”)
2. หากลูกค้าใช้บริการฯ ในนามของผู้เผยแพร่โฆษณา ลูกค้าจะต้องไม่แบ่งปันและใช้ทรัพยากรฯ ของผู้เผยแพร่โฆษณารายอื่นผ่านบริการบิสเนส แมเนเจอร์เดียวกัน โดยในขณะที่ใช้ทรัพยากรฯ ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการขออนุญาตจากผู้เผยแพร่โฆษณาเอง
3. เมื่อใช้บริการฯ ลูกค้าไม่สามารถใช้ข้อมูลของผู้เผยแพร่โฆษณารายอื่นนอกเหนือจากบัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณาของผู้เผยแพร่โฆษณาเฉพาะรายในการเผยแพร่โฆษณาหรือเผยแพร่ข้อความต่าง ๆ
4. ในกรณีที่ลูกค้าละเมิดบทบัญญัติใดในบทบัญญัติทั้งสามข้อข้างต้น บริษัทอาจระงับการให้บริการฯ ระงับหรือลบบัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณาที่บริษัทให้บริการแก่ลูกค้า และใช้มาตรการอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของบริษัทได้โดยไม่ต้องแจ้งหรือบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าและบริษัทไม่ต้องรับผิดใด ๆ

ข้อ 5 (การอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม (ID Upload Audience))
1.ลูกค้าอาจใช้งานฟังก์ชันการส่งโฆษณาและการส่งข้อความ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อความที่กำหนด”) ให้กับผู้ใช้บริการต่าง ๆ ของไลน์ได้โดยเจาะจงเฉพาะรายได้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ใช้บริการ”) โดยการใช้ข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม (ID Upload Audience Data) ในบริการเป้าหมาย การใช้ข้อมูลระบุตัวตน เช่น รหัสโฆษณาแอนดรอยด์ (Android Advertising ID) และตัวระบุโฆษณา (IDFA) ที่ลูกค้ามีอยู่ (ต่อไปนี้เรียกว่า “รหัสโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือ”) และข้อมูลในการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่อีเมล์ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อมูลในการติดต่อ”) และอัปโหลดเข้าสู่องค์กรบิสเนส แมเนเจอร์ (ต่อไปนี้เรียกข้อมูลดังกล่าวหลังจากอัปโหลดแล้วว่า “ข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม” (ID Upload Audience Data)) ทั้งนี้ ในการใช้ข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามเนื้อหาที่กำหนดไว้ในข้อนี้
2.เมื่อลูกค้าเผยแพร่ข้อความที่กำหนดโดยใช้ข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม จำนวนเป้าหมายปลายทางสำหรับการส่งโฆษณาเผยแพร่ของข้อความที่กำหนดจะต้องไม่เกินจำนวนที่บริษัทกำหนดไว้
3. เมื่อลูกค้าอัปโหลดข้อมูลในการติดต่อ ลูกค้าจะต้องแปลงข้อมูลในการติดต่อ และส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับบริษัทด้วยความรับผิดชอบของตนเองตามวิธีการที่บริษัทกำหนดไว้แยกต่างหากอีกฉบับ
4.ในการใช้งานข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม ลูกค้ารับรองและรับประกันต่อบริษัททุกประการดังต่อไปนี้
(1)ลูกค้าจะรวบรวมรหัสโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือและข้อมูลในการติดต่อจากผู้ถือรหัสโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือและข้อมูลในการติดต่อดังกล่าวด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร และ
(2)ลูกค้าได้รับอนุญาตด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ถือรหัสโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือและข้อมูลในการติดต่อ ในการเผยแพร่ข้อความที่กำหนดด้วยการใช้ข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชมเป็นตัวระบุ
5. ลูกค้าจะต้องใช้ข้อความที่กำหนดเพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณาเท่านั้น และลูกค้ารับรองและรับประกันต่อบริษัทว่าจะไม่นำข้อความที่กำหนดไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์การใช้งานอื่นใด
6. ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ทั้งหมดที่บังคับใช้ (รวมถึงแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ) ที่เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อความที่กำหนดสำหรับการใช้งานข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม
7.เมื่อลูกค้าเผยแพร่ข้อความที่กำหนดโดยการใช้งานข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม ลูกค้าจะต้องไม่เผยแพร่ข้อความที่กำหนด รวมถึงการแสดงออกและเนื้อหาต่าง ๆ (ชื่อ ที่อยู่อีเมล์ ที่อยู่ และอื่นๆ) ที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลหรือระบุผู้ใช้บริการได้
8.ลูกค้าจะต้องเผยแพร่ข้อความที่กำหนดตามแนวทางที่บริษัทกำหนดและแนวทางปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
9.ลูกค้าจะต้องไม่เผยแพร่ข้อความที่กำหนด  ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่อีเมล์ และที่อยู่ต่าง ๆ ข้อมูลระบุตัวตนที่จะใช้ในบริการต่าง ๆ ของลูกค้า และข้อมูลและการแสดงออกอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้บริการซึ่งเป็นบุคคลผู้ที่ควรจะได้รับข้อความที่กำหนดในกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความที่กำหนดให้ผู้รับผิดราย 
10.ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามการเลือกไม่เข้าร่วมรับ (opt-out) การเผยแพร่ข้อความที่กำหนดตามการตั้งค่าของเครื่องปลายทาง (Terminal) หรือเบราว์เซอร์ หรือวิธีการที่ลูกค้ากำหนดโดยอิสระ และรับรองว่ารหัสโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือหรือข้อมูลในการติดต่อของบุคคลผู้เลือกไม่เข้าร่วมดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปรวมกับข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม
ที่ลูกค้ากำหนดในขณะที่ใช้งานข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม นอกจากนี้ ในกรณีที่บริษัทพบว่าผู้ใช้บริการรายที่ใช้สิทธิเลือกไม่เข้าร่วมรับการเผยแพร่ข้อความที่กำหนด ตามการตั้งค่าของเครื่องปลายทาง (Terminal) หรือเบราว์เซอร์ หรือวิธีการที่บริษัทกำหนดโดยอิสระ ลูกค้าตกลงล่วงหน้าว่าแม้ในกรณีที่รหัสโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือหรือข้อมูลในการติดต่อของผู้ใช้บริการรายดังกล่าวจะถูกรวมอยู่ในข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชมของลูกค้าไว้แล้ว ข้อมูลผู้เข้าชมดังกล่าวจะไม่ถูกรวมอยู่ในการเผยแพร่ในขณะที่ใช้งานข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชม
11.ลูกค้ารับทราบล่วงหน้าว่าในบางกรณีอาจไม่สามารถเผยแพร่ข้อความที่กำหนดให้กับผู้ใช้บริการรายที่ถูกรวมอยู่ในข้อมูลการอัปโหลดประจำตัวผู้เข้าชมไว้แล้ว หรือในกรณีที่เผยแพร่ข้อความที่กำหนดให้กับผู้ใช้บริการอื่นซึ่งมิใช่ผู้ใช้บริการที่ลูกค้ารับรู้ (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีที่เป็นข้อผิดพลาดจากข้อมูลในการติดต่อที่ลูกค้ามี และกรณีที่ข้อมูลในการติดต่อที่ลูกค้ามีกับข้อมูลในการติดต่อที่บริษัทมีไม่ตรงกัน) โดยบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าไม่ว่าด้วยประการใดก็ตาม
12.บริษัทจะใช้รหัสโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือและข้อมูลในการติดต่อที่ลูกค้าอัปโหลดส่งมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายในการเผยแพร่ข้อความที่กำหนดโดยจับคู่กับข้อมูลที่บริษัทมีอยู่แล้วเท่านั้น โดยรหัสโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือและข้อมูลในการติดต่อ (เว้นแต่ข้อมูลที่บริษัทมีอยู่แล้ว) จะถูกลบออกจากสภาพแวดล้อมของบริษัทโดยอัตโนมัติภายหลังดำเนินการจับคู่ดังกล่าวเสร็จสิ้นลง และบริษัทจะใช้ข้อมูลที่บริษัทมีอยู่แล้วเพื่อจัดเก็บไว้เป็นรายชื่อของผู้เข้าชม

ข้อ 6 (การจัดการข้อมูลผู้ใช้บริการและอื่น ๆ) 
ไม่ว่าบทบัญญัติในข้อ 3.2.1 และ 3.2.4 ของนโยบายข้อมูลของผู้ใช้บริการไลน์ (LINE User Data Policy https://terms2.line.me/LINE_Developers_user_data_policy?lang=en) และข้อกำหนดการใช้งานของบริการเป้าหมายจะกำหนดไว้ประการใดก็ตาม ลูกค้ามีสิทธิที่จะขอรับ บันทึก หรือใช้งานข้อมูลผู้ใช้บริการของไลน์ (LINE User Information) (โดยให้มีความหมายเดียวกันกับที่กำหนดไว้ในนโยบายข้อมูลของผู้ใช้บริการไลน์ (LINE User Data Policy)) และข้อมูลผู้ใช้บริการ (ซึ่งหมายถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการที่ได้รับมาจากการใช้งานบริการเป้าหมายแต่ละบริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อ รหัสประจำตัว รูปไอคอน ข้อความสถานะ เนื้อหาต่าง ๆ และอื่นๆ) ได้ภายในขอบเขตที่จำเป็นสำหรับการใช้บริการฯ

ข้อ 7 (การลบองค์กรบิสเนส แมเนเจอร์)
1.ลูกค้าสามารถลบองค์กรบิสเนส แมเนเจอร์ของตนได้
2.เมื่อลูกค้าดำเนินการตามขั้นตอนการลบองค์กรบิสเนส แมเนเจอร์แล้ว ลูกค้ารายดังกล่าวจะสูญเสียสิทธิในการใช้บริการฯ ในทันที เว้นแต่การใช้งานในรูปแบบดังต่อไปนี้
(1) การเข้าสู่เมนูการดูแลระบบของบริการบิสเนส แมเนเจอร์
(2) การสร้างองค์กรบิสเนส แมเนเจอร์ใหม่ 
3.สิทธิในการใช้องค์กรบิสเนส แมเนเจอร์ในแต่ละข้อย่อยของวรรคก่อนนี้ให้มีผลใช้ต่อไปได้อีกเป็นระยะเวลาหนึ่ง หลังจากที่ลูกค้าดำเนินการตามขั้นตอนการลบ

ข้อ 8 (การจัดการข้อมูลลูกค้า)
1.บริษัทจะใช้และใช้งานร่วมซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ลูกค้าส่งมอบให้บริษัทภายในขอบเขตตามเนื้อหาที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวของไลน์ (LINE Privacy Policy https://terms. line.me/line_rules/?lang=th) ตลอดจนการใช้เพื่อการบริหารจัดการบริการฯ ทั้งนี้ ข้อมูลผู้ใช้บริการที่จะถูกนำไปใช้ร่วมกันและหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้บริการให้เป็นไปตามที่อธิบายไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของไลน์ (LINE Privacy Policy)
2.เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ และ/หรือ นโยบายความเป็นส่วนตัวของไลน์ (LINE Privacy Policy) กำหนดไว้ และเว้นแต่ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากลูกค้ารายที่เกี่ยวข้องเป็นรายบุคคลแยกต่างหาก บริษัทจะไม่ส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้ารายดังกล่าวก่อน
3.ลูกค้าอาจขอให้บริษัทเปิดเผย แก้ไข เพิ่ม และ/หรือ ลบข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้จากลูกค้ารายดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตามการเปิดเผย การแก้ไข การเพิ่ม และ/หรือ การลบข้อมูลดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดควบคุมไว้แยกเป็นอีกฉบับ และอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดเผย การแก้ไข การเพิ่ม และ/หรือ การลบข้อมูลดังกล่าวหรือการร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัทได้ที่ (https://contact-cc.line.me/detailId/10078)

ข้อ 9 (หน้าที่ในการรายงาน)
หากลูกค้าได้เปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้า สถานะนิติบุคคล บุคคลผู้รับผิดชอบ ที่อยู่อีเมล์ ที่อยู่ตามภูมิลำเนา หรือข้อมูลสำหรับการติดต่ออื่น ๆ ที่ได้ลงทะเบียนไว้ในการรับบริการฯ ลูกค้าจะต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในทันทีตามวิธีการที่บริษัทกำหนด และหากได้รายงานข้อมูลดังกล่าวแล้ว บริษัทอาจขอให้ลูกค้ารายนั้นส่งข้อมูลหลักฐานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และลูกค้าจะต้องตอบกลับคำร้องขอดังกล่าวด้วย

ข้อ 10 (การมอบหมายและพันธมิตรทางธุรกิจ)
1. บริษัทอาจมอบหมายการให้บริการฯ บางส่วนให้กับบริษัทอื่นในกลุ่มของบริษัทหรือบุคคลภายนอกผู้อื่นได้
2. บริษัทอาจส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า (ซึ่งต้องมิใช่ข้อมูลส่วนบุคคล) ในการบริการฯ ให้แก่คู่ค้าทางธุรกิจต่าง ๆ และบุคคลภายนอกทราบ เพื่อให้ฟังก์ชันการใช้บริการฯ แก่คู่ค้าทางธุรกิจต่าง ๆ ตลอดจนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ฯลฯ ของบุคคลภายนอกรายอื่น

ข้อ 11 (ความไม่ต่อเนื่องของบริการฯ)
บริษัทอาจหยุดให้บริการฯ ทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้หากเกิดกรณีใด ๆ ดังต่อไปนี้
(1) การบำรุงรักษาระบบหรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบริการฯ
(2) ความขัดข้องของระบบหรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบริการฯ
(3) กรณีที่ไม่สามารถใช้บริการโทรคมนาคมได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตามที่เกิดขึ้นโดยบริษัทโทรคมนาคม
(4) กรณีที่เป็นการยากที่จะให้บริการฯ ได้เนื่องจากเหตุไฟฟ้าดับ ไฟไหม้ แผ่นดินไหว ข้อพิพาทแรงงาน หรือเหตุสุดวิสัยในรูปแบบอื่น ๆ หรือ
(5) กรณีที่มีเหตุผลอันสมควรทางด้านการปฏิบัติงานหรือทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับบริการฯ

ข้อ 12 (การระงับบริการฯ)
บริษัทอาจระงับการใช้บริการฯ ของลูกค้าทั้งหมดหรือบางส่วนได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ดังต่อไปนี้ขึ้นกับลูกค้า
(1) ลูกค้ากระทำผิดบทบัญญัติต่าง ๆ ของข้อกำหนดการใช้งาน
(2) ลูกค้าส่งมอบ ให้ยืม หรือแบ่งปันบัญชีการใช้งานหรือเว็บไซต์บริหารจัดการสำหรับการใช้บริการฯ หรือบริการเป้าหมายของตนด้วยวิธีการที่บริษัทไม่ได้กำหนด
(3) ลูกค้าละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดของบุคคลอื่น
(4) ลูกค้าฝ่าฝืนกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงรัฐธรรมนูญ สนธิสัญญาระหว่างประเทศกฎหมายและกฎเกณฑ์ระดับประเทศ และข้อบัญญัติท้องถิ่นต่าง ๆ
(5) ลูกค้ากรอกข้อมูลที่เป็นเท็จหรือไม่เป็นความจริงในใบสมัคร
(6) ลูกค้าให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแก่บริษัท
(7) ลูกค้าขาดคุณสมบัติหรือไม่สามารถคงคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดกรองที่กำหนดโดยบริษัทไว้ได้อีกต่อไป 
(โดยบริษัทไม่มีภาระผูกพันต้องเปิดเผยเกณฑ์การคัดกรองดังกล่าวให้รับทราบ)
(8) ลูกค้าได้ฝ่าฝืนแนวทางปฏิบัติ และอื่นๆ 
(9) ลูกค้าละเมิดเกียรติ ความไว้วางใจ ความเป็นส่วนตัว หรือสิทธิอื่นใดของบุคคลภายนอก
(10) ลูกค้ากระทำการอันเป็นการทำให้บริษัท ผู้ใช้บริการ หรือลูกค้าของบริษัทเสียเปรียบหรือเป็นอันตราย
(11) ลูกค้ากระทำการในสิ่งบริษัทถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม หรือ 
(12) ลูกค้ากระทำการที่ส่งผลหรือที่บริษัทพิจารณาว่าอาจส่งผลให้เกิดการแทรกแซงอย่างมีนัยสำคัญกับกิจการของบริษัท หรือการให้บริการฯ หรือการดำเนินการของบริการฯ

ข้อ 13 (การยุติบริการฯ)
1. บริษัทอาจยุติบริการฯ ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตามที่บริษัทเห็นสมควร
2. ในกรณีที่บริษัทจะยุติบริการฯ บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยการประกาศบนเว็บไซต์ของบริษัท
3. ในกรณีที่บริการฯ ทั้งหมดหรือบางส่วนถูกยกเลิกตามสองวรรคข้างต้น ให้สัญญาบริการสิ้นสุดลงพร้อมกัน ณ วันที่
ยุติการให้บริการฯ ดังกล่าว

ข้อ 14 (การเลิกสัญญาบริการ)
1.ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ในข้อ 12 (การระงับบริการฯ) ขึ้นกับลูกค้า บริษัทอาจบอกเลิกสัญญาบริการกับลูกค้าได้ทันทีโดยมิต้องระงับบริการฯ ตามข้อ 12 ก็ได้
2.บริษัทหรือลูกค้าอาจบอกเลิกสัญญาบริการได้ทันทีโดยการบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทน หรือนายหน้าผู้ใด (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ที่เกี่ยวข้อง”) ของคู่สัญญาอีกฝ่ายถูกพบว่าเป็นกลุ่มกองกำลังต่อต้านสังคม (เช่น กลุ่มอาชญากรรม สมาชิก ผู้เป็นกึ่งสมาชิก หรือบริษัทในเครือของกลุ่มอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรมทางการเมือง กลุ่มอาชญากรรมทางปัญญา และองค์กรหรือบุคคลอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน) หรือผู้ที่เกี่ยวข้องของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งถูกพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มกองกำลังต่อต้านสังคมดังกล่าว

ข้อ 15 (ข้อจำกัดความรับผิดของบริษัท)
1.ลูกค้าจะต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบทั้งหมดจากการใช้งานและจากการใช้บริการฯ และจะต้องจัดการกับข้อสอบถาม ข้อร้องเรียน และเรื่องอื่น ๆ จากบุคคลภายนอก (รวมถึงจากผู้เผยแพร่โฆษณา) ที่เกิดจากการใช้บริการฯ ด้วยค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบของลูกค้าตนเอง แม้ว่าข้อสอบถาม ข้อร้องเรียน และเรื่องอื่น ๆ ดังกล่าวนั้นจะเกิดขึ้นภายหลังจากการยุติการใช้บริการฯ
2.บริษัทไม่รับประกันไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายว่าบริการฯ จะปราศจากความผิดพลาดโดยแท้จริงหรือในทางกฎหมาย (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงด้านการรักษาความปลอดภัย ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความมีผลสมบูรณ์ การละเมิดสิทธิ์ หรือความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์ในการใช้งานของท่าน)
3.บริษัทจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใดในความเสียหายอื่นใดที่เกิดจากความผิดพลาดในการตั้งค่าของลูกค้า
4.บริษัทอาจให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในด้านการดำเนินการของบริการฯ ตามขอบเขตที่ลูกค้าประสงค์อย่างสมเหตุสมผล โดยในกรณีนี้ บริษัทจะสามารถเข้าถึงและจัดการองค์กรบิสเนส แมเนเจอร์ของลูกค้าได้ในขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการช่วยเหลือดังกล่าว เว้นแต่ในกรณีที่เกิดจากการกระทำผิดโดยจงใจหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท

ข้อ 16 (เหตุสุดวิสัย)
บริษัทจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใดแม้ในกรณีที่โฆษณาซึ่งได้กำหนดเวลาให้เผยแพร่ ไม่สามารถทำการเผยแพร่ได้หรือไม่ได้รับการเผยแพร่อย่างเหมาะสมเนื่องจากเหตุภัยพิบัติ ความล้มเหลวในการสื่อสาร หรือเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ การเจาะเข้าระบบ (Hacking) หรือการเจาะเข้าระบบเพื่อกระทำความผิด (Cracking) โดยบุคคลอื่น ความล้มเหลวของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตหรือเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้า หรือเหตุอื่นใดที่ไม่ได้เกิดจากบริษัท หรือมาตรการต่าง ๆ ที่บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้บริการฯ เช่น การบำรุงรักษาระบบในกรณีฉุกเฉินหรือการตรวจสอบการบำรุงรักษา

ข้อ 17 (การรักษาความลับ)
1.ลูกค้าจะต้องเก็บรักษาข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยให้แก่ลูกค้าและที่บริษัทกำหนดว่าให้เป็นความลับ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อมูลที่เป็นความลับ”) ไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด
2.ในกรณีที่ลูกค้าทราบถึงการเปิดเผย การปลอมแปลง หรือการดักฟังใด ๆ ซึ่งข้อมูลที่เป็นความลับ ลูกค้าจะต้องรายงานให้บริษัททราบทันทีเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงทางอีเมล์
3. ลูกค้าไม่อาจเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่บุคคลภายนอกใด ๆ โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้าก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังต่อไปนี้ไม่ถือเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ
(1) ข้อมูลที่ลูกค้าทราบอยู่แล้วก่อนการเปิดเผย
(2) ข้อมูลที่สาธารณชนทราบอยู่แล้วหรือเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นการทั่วไป
(3) ข้อมูลที่ลูกค้าได้รับมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากบุคคลภายนอกโดยไม่มีภาระหน้าที่ในการรักษาความลับ หรือ
(4) ข้อมูลที่บริษัทได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามิให้ถือรวมเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ
4.ในกรณีที่ลูกค้าจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ กฎว่าด้วยการแลกเปลี่ยนตราสารทางการเงิน (Financial Instruments Exchange) หรือกฎเกณฑ์อื่นใดที่เทียบเท่ากับกฎดังกล่าว (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า “กฎหมายฯ”) 
ให้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับใด ๆ ที่บริษัทเปิดเผยให้ทราบ ลูกค้าจะต้องบอกกล่าวให้บริษัททราบถึงข้อกำหนดดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรโดยทันที อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถบอกกล่าวให้บริษัททราบล่วงหน้าได้เนื่องจากข้อกำหนดของบทบัญญัติกฎหมายฯ หรือข้อจำกัดทางด้านเวลา ลูกค้าอาจบอกกล่าวให้บริษัททราบ
ในภายหลังได้ ในกรณีที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับตามบทบัญญัติในวรรคนี้ บริษัทสามารถเปิดเผยได้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น โดยไม่คำนึงถึงบทบัญญัติในวรรค 1 ของข้อนี้ อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าให้วิธีการรักษาความลับข้อมูลที่เป็นความลับแก่บริษัทในการเปิดเผยดังกล่าว บริษัทจะต้องปฏิบัติตามคำขอดังกล่าวเท่าที่เป็นไปได้
ภายใต้ขอบเขตกฎหมายที่ใช้บังคับและในระดับที่เป็นไปได้ในการปฏิบัติงานของบริษัท
5.ในกรณีที่สัญญาบริการสิ้นสุดลงหรือเมื่อได้รับการร้องขอจากบริษัทในระหว่างระยะเวลาของสัญญาบริการ ลูกค้าจะต้องส่งคืนหรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาใด ๆ ของข้อมูลดังกล่าว

ข้อ 18 (การชดเชยค่าเสียหาย)
1.ในกรณีที่บริษัทได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้งานนี้โดยลูกค้า ลูกค้าจะต้องชดเชยค่าเสียหายดังกล่าวทั้งหมดในทันที (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าทนายความตามความเหมาะสม)
2.ในกรณีที่ลูกค้าได้รับข้อเรียกร้อง ข้อกล่าวหา คำร้องขอ คำขอ หรือคำร้องใด ๆ และอื่นๆ (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า 
“ข้อเรียกร้อง”) ว่าลูกค้าได้ละเมิดสิทธิ์ของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้ใช้บริการ ในประการที่เกี่ยวข้องกับบริการฯ ลูกค้าจะต้องยุติข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วยค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบของตนเอง โดยในกรณีที่บริษัทได้รับความเสียหายใด ๆ เนื่องจากข้อเรียกร้องดังกล่าว ลูกค้าจะต้องชดเชยค่าเสียหายดังกล่าวทั้งหมดในทันที และในกรณีที่บริษัทเป็น
ผู้ยุติข้อเรียกร้อง ลูกค้าจะต้องชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่บริษัทในการยุติข้อเรียกร้องดังกล่าว
3.บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่ลูกค้าในระหว่างความไม่ต่อเนื่องหรือการระงับบริการฯ ใด ๆ อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย เช่น ไฟไหม้ ไฟฟ้าดับหรือภัยธรรมชาติ การขัดข้องของเครือข่ายหรือระบบ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในข้อ 11 และข้อ 12
4.ภายใต้บทบัญญัติต่าง ๆ ของข้อกำหนดการใช้งานนี้ บริษัทจะชดเชยความเสียหายต่าง ๆ เฉพาะที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดโดยจงใจหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัทแก่ลูกค้า โดยจะชดเชยความเสียหายให้เฉพาะความเสียหายตามจริงที่เกิดจากผลโดยตรงและเป็นความเสียหายตามปกติ และจำนวนเงินค่าชดเชยที่บริษัทจะชำระให้จะไม่เกินไปกว่าค่าบริการที่ลูกค้าได้ชำระให้กับบริษัทตามจริงสำหรับบริการเป้าหมายในเดือนก่อนหน้าเดือนที่เกิดความเสียหายขึ้น

ข้อ 19 (การโอนและการรับมอบสถานะ)
ลูกค้าจะต้องไม่โอน ส่งมอบ หรือนำไปวางเป็นหลักประกันกับบุคคลภายนอก หรือยินยอมให้บุคคลภายนอกเข้ารับสถานะของตนภายใต้สัญญาบริการหรือสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ของตนที่เกิดขึ้นในประการที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาบริการ โดยไม่ได้กระทำการตามวิธีการที่บริษัทกำหนด

ข้อ 20 (โมฆะกรรมแยกส่วน)
ในกรณีที่บทบัญญัติใด ๆ ในข้อกำหนดการใช้งานนี้ถูกพิจารณาโดยศาลหรือหน่วยงานอื่นใดที่มีอำนาจว่าเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ ไม่ให้โมฆะกรรมหรือการไม่สามารถบังคับใช้ได้ของข้อกำหนดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์หรือการบังคับใช้ของบทบัญญัติอื่น ๆ หรือกฎที่เกี่ยวข้อง และให้เปลี่ยนบทบัญญัติที่ถูกพิจารณาว่าเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้นั้นเป็นบทบัญญัติตามเจตนารมณ์เบื้องต้นระหว่างบริษัทและลูกค้าตามกฎหมาย

ข้อ 21 (กฎหมายที่ใช้บังคับ)
ข้อกำหนดการใช้งานนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น

ข้อ 22 (เขตอำนาจศาลเฉพาะ)
บริษัทและลูกค้าตกลงว่าให้ศาล Tokyo Summary Court หรือศาลแขวงโตเกียว (Tokyo District Court) ซึ่งจะกำหนดตามจำนวนมูลค่าความเสียหายที่เรียกร้อง เป็นศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการพิจารณาข้อพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดการใช้งานนี้หรือเกี่ยวข้องกับบริการฯ

ข้อ 23 (การปรึกษาหารือ)
เรื่องใด ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดการใช้งานนี้ ให้บริษัทและลูกค้าปรึกษาหารือกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นโดยสุจริต

ประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565